ห้าวันที่ผ่านมาผมได้สัมผัสกับความแข็งแกร่งของ Claude Fable 5 แบบเต็มๆ เลยอยามาเล่าให้ฟังครับว่าอนาคตมันมาถึงเราแล้ว
ปริมาณของภารกิจที่เคยคิดว่าคงต้องใช้ทรัพยากรเวลาเป็นเดือน ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหลายคน และงบประมาณเยอะๆ กลายเป็นง่ายนิดเดียวและจบได้ในไม่กี่ชั่วโมง เทคโนโลยีวันนี้ทำให้ผมเห็นชัดว่างานที่เคยคิดว่าต้องรอคิวผู้เชี่ยวชาญ ตอนนี้ผมนั่งคุยกับหน้าจอแล้วมันเกิดขึ้นตรงหน้าได้แทบจะทันที
เรื่องแรกใกล้ตัวที่สุดเพราะเป็นเรื่องการสอนหนังสือ เทอมหน้าผมมีคิวสอนรายวิชา Engineering Mechanics – Dynamics วิชายอดฮิตที่นักศึกษาหลายคนมาลงซ้ำๆหลายครั้งแบบไม่ได้สมัครใจเท่าไหร่ ผมให้ตัวอย่าง course syllabus และตัวอย่าง lecture handouts และแบบฝึกหัดที่ผมทำไว้เองนานแล้ว รวมถึงตัวอย่างข้อสอบเก่าจำนวนหนึ่ง ประกอบกับข้อกำหนด ABET TABEE KMUTT-PSF เพื่อให้สมองหุ่นยนต์ที่ผมสร้างขึ้นมาที่มีบุคลิกเป็นอาจารย์รุ่นใหม่ที่สอนสนุก อธิบายอะไรก็เข้าใจง่าย เขาไปศึกษาแล้วรอแป๊ปเดียวผมก็ได้เอกสารประกอบการสอนสำหรับทั้งเทอม 45 ชั่วโมงเลคเชอร์ ตัวอย่างแบบฝึกหัดที่มีภาพประกอบแบบสร้างใหม่เองทั้งหมด โดยคำถามไล่ตั้งแต่การคำนวณง่ายๆจนถึงคำถามที่สั่งให้นักศึกษานำเครื่องมือ Generative AI มาใช้ประกอบการตอบ ที่เด็ดสุดก็คือคลังข้อสอบที่หุ่นยนต์สร้างมาใหม่ เขาเตรียมให้เสร็จสรรพว่าแต่ละข้อไปตอบ Course Learning Outcome ข้อใดในระดับใด และข้อสอบทั้งฉบับรวมกันแล้วมีความครบถ้วนในการประเมินผู้เรียนในทุกมิติ
ต่อมาก็คือคุณ Pacman ผมสนุกกับการตั้งชื่อน้องๆ AI agent เหมือนน้องคนนี้ที่มีหน้าที่เป็น PMCAF project manager คอยดูแลความคืบหน้างานโปรเจคต่างๆของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีที่ผมช่วยงานอยู่ ผมให้ชื่อทุกๆคนเริ่มต้นด้วยตัว P จะได้คล้องไปกับ PMCAF แล้วทุกๆปีงานโปรเจคใหญ่เรามักจะจัดที่ Impact Forum ผมก็เลยให้น้องชื่อ Pacman จะได้เข้ากัน ทีนี้งานของ Pacman อยู่บน website dashboard ซึ่งต้องมีความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล ดังนั้นหุ่นยนต์ก็ช่วยเสนอวิธีและสร้างเกราะป้องกันความปลอดภัยโดยการลง email OTT authenticator ให้เรียบร้อย ระบบความปลอดภัยในการล็อกอินเป็นจุดที่ “ดูเหมือนถูก” กับ “ถูกจริง” ต่างกันมาก และต้องถูกตั้งแต่ครั้งแรก เพราะถ้าไปพบว่าผิดทีหลังก็แปลว่ามีช่องโหว่เปิดอยู่ไประยะหนึ่งแล้ว
เรื่องที่ทำให้ผมทึ่งที่สุดอาจไม่ใช่เรื่องที่ดูยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เป็นระบบเล็ก ๆ ที่ผมตั้งไว้ให้ทีม AI agent ของผม ซึ่งตอนนี้มีอยู่ประมาณ 54 ตัว (คน?) ตรวจสอบตัวเองทุกคืนว่ามีใครทำงานตามคำสั่งที่ล้าสมัยไปแล้วบ้าง แล้วให้แผนผังองค์กรทั้งทีมสร้างใหม่โดยอัตโนมัติทันทีที่มีอะไรเปลี่ยน ระหว่างที่ระบบนี้ทำงานไปตามปกติ แล้วระบบมันไปพบบั๊กจริงเข้าให้ คือมี agent สองตัวที่โดนเปลี่ยนชื่อไปแล้วหายไปจากระบบโดยไม่มีใครรู้ตัว ที่ยากไม่ใช่การสร้างระบบตรวจสอบขึ้นมา แต่คือมันไปพบและแก้ความผิดพลาดของตัวเองได้โดยไม่มีใครสั่งให้มองหาแบบนั้นเลย ที่ผมรู้ก็คือมันมารายงานสารภาพเองทีหลัง
อีกงานหนึ่งเป็นเรื่องที่ดูไม่หวือหวาแต่กินความละเอียดมาก คือผู้ระบบดูแลเอกสาร MOU คนนี้เราตั้งชื่อน่ารักๆไว้ว่า น้องMOU อ่านว่าน้องหมู ตั้งแต่รับเรื่องเข้ามาจนถึงจบวงจรชีวิตของเอกสารแต่ละฉบับ ปกติเรื่องแบบนี้อยู่ในหัวของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องการปฏิบัติตามระเบียบ หรือกระจายอยู่ในไฟล์แชร์ที่ต้องไล่อัปเดทด้วยมือ งานเชิงกฎหมายและงานธุรการแบบนี้ไม่มีที่ว่างให้ผิดพลาดได้ ระบบต้องรู้แน่ชัดว่าเอกสารแต่ละฉบับอยู่ในสถานะไหนและขั้นต่อไปคืออะไร ต้องถูกทุกครั้ง ไม่ใช่แค่ถูกเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่น้องหมูทำให้ก็คือลดขั้นตอนการทำงานลงจากหลายๆขั้นเหลือเพียง ก็อปปี้ไฟล์ไปไว้ในโฟลเดอร์ จบ ไม่มีขั้นตอนที่สอง ไปทำงานอื่นต่อได้ แล้วน้องหมูจะทำการย้ายไฟล์ไปไว้ในคลังข้อมูลที่ถูกที่ และอัปเดทเอกสารรายงานสรุปอัตโนมัติ
เรื่องสุดท้ายไม่เกี่ยวกับงาน เลยมีสาระที่เบากว่าเรื่องอื่นหน่อยแต่ในทางเทคนิคยากมาก คือผมสร้างแดชบอร์ดสุขภาพส่วนตัวที่ดึงข้อมูลจากบริการฟิตเนสและสุขภาพที่ผมใช้อยู่ คือ Whoop กับ Google Calendar มารวมเป็นแดชบอร์ดเดียว ทำให้เราให้ระบบช่วยวิเคราะห์ได้ว่าคะแนน recovery ที่ลดลงไปอยู่โซนแดงสัมพันธ์กับกิจกรรมในปฏิทินอย่างไร เรามีประชุมมากไป หรือการบินเดินทางส่งผลต่อคะแนนการนอนอย่างไร ดังนั้นตัวแอปเองก็จะสามารถให้คำเตือนเราล่วงหน้าได้ หากเห็นว่าในปฏิทินจะมีกิจกรรมที่จะกระทบสุขภาพมาแน่ๆ งานนี้ใช้เวลาคิดออกแบบสักพักใหญ่ แต่สร้างเสร็จและตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยภายในวันเดียว ที่ยากคือการเชื่อมการบริการภายนอกที่ต่างคนต่างมีข้อจำกัดของตัวเอง พอทำเสร็จแล้วก็ชอบงานนนี้มากๆ เพราะมันสามารถวิเคราะข้อมูลสุขภาพแบบที่ตัว Whoop เปล่าๆเองทำไม่ได้
พอมองย้อนกลับไปทั้งห้าเรื่องนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือความยากในแต่ละเรื่องไม่เหมือนกันเลยสักเรื่องเดียว บางเรื่องยากเพราะต้องถูกต้องเชิงวิชาการ บางเรื่องยากเพราะเป็นงานเอกสารที่พลาดไม่ได้ บางเรื่องยากเพราะต้องรู้จักสงสัยและตรวจสอบตัวเอง บางเรื่องยากเพราะความปลอดภัยทางไซเบอร์ และบางเรื่องยากเพราะเป็นเรื่องการออกแบบล้วน ๆ ที่ไม่มีคำตอบตายตัว ห้าวันที่ผ่านมาสิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับผมจึงไม่ใช่การพิมพ์งานเองน้อยลง แต่เป็นบทบาทของผมที่ขยับจากคนลงมือทำ ไปเป็นคนตั้งโจทย์แทน และผมคิดว่านี่แหละคือทักษะที่โลกอนาคตต้องการ แต่อนาคตมันคือวันนี้นั่นเอง
5 กรกฎาคม 2569